1.เกริ่นนำ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนๆผมทั้งหลายที่อนุญาติเอาชื่อของเขามาเขียนเป้นตัวละครทำให้ผู้อ่าน ได้สนุกสนานกับเรื่องของดอน แต่ถ้าเพื่อนคนไหนถูกเขียนไปในทางที่ไม่ดี (พูดง่ายๆก็คือด่าลับหลังแหละ) ผมก็ขออนุญาติอีกเหมือนกันที่จะไม่เอาชื่อเล่นจริงๆมาลง เดี๋ยวคนอื่นจะรู้หมดว่าเจ้าตัวเป้นยังไง 

ผมเคยเขียน เรื่องของดอน ไว้ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แต่เจ้ากรรมข้อมูลที่เคยเขียน ได้หายไปกับไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ผมไปติดมาจากไหนไม่ทราบ ครั้นจะเขียนขึ้นมาใหม่ก็ยังหาฤกษ์งามยามดีไม่ได้ เนื่องจากตอนแรกที่ผมเขียนนั้น เป็นเวลาที่ผมอยู่ในช่วงกำลังอยากหาคนไทยคุยด้วย แต่ไม่มีเลยซักคน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งอกหักจากแฟนคนแรกใหม่ๆ และ ต้องมาอยู่กับครอบครัวอเมริกันที่่ทางภาคอีสานของเท็กซัส คนไทยเวลาพูดถึงภาคอีสานแล้วจะ ทำให้นึกไปถึง อ้ายน้องลาวที่อยู่ติดกับประเทศไทย แต่อย่าไปคิดว่าภาคอีสานของเท็กซัสนั้นแห้งแล้งเหมือนบ้านเรานะครับ เอาอย่างนี้เรียกแบบเท่ห์ๆว่า Northeastern Texas แล้วกัน จะได้ไม่ต้องคิดว่า ผมไปอยู่ทำไมวะ ที่ภาคอีสาน (ของเท็กซัส) เข้าเรื่องดีกว่า สมัียนั้น เวลาผมมีเรื่องกลุ้มใจ หรือไม่สบายใจอะไร ผมก็จะระบายกับเพื่อนๆ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่มอ เชียงใหม่แล้ว บางทีเพื่อนๆก็ต้องมากลุ้มใจกับผม กลุ้มใจที่ว่าทำยังไงก็ไม่สามารถจะให้ผมหยุดบ่นเรื่องของผมซะที ทำไงได้ครับ คนมันกำลังอกหักนี่ พอมาอยู่กับครอบครัวอเมริกัน ภาษาอังกฤษเราก็ยังไม่แตกฉาน แถมเขาก็ฟังภาษาไทยไม่ได้อีก ก็เลยต้องมาบ่นให้คอมพิวเตอร์ฟัง แต่ตอนนี้ผมไมมีเรื่อง่กลุ้มใจอะไรแล้ว แต่ไม่มีอะไรทำ และยิ่งทางบริษัทที่ผมทำงานเขาส่งผม (หรือเนรเทศก็ไม่รู้) มาทำงานที่แอลเอ ทำให้ผมนึกย้อนหลังกลับไปตอนช่วงที่ผมอกหักใหม่ ตอนนั้นผมอยู่ที่นี่เพื่อมาเรียนภาษาที่นี่่ได้ราวๆ สามเดือนถึงไ้ด้ย้่ายไปที่ ภาคอีสาน ของเท๊กซัส ช่วงที่อยู่ที่นี่ มีทั้งมีความสุขและความทุกข์ปนกัน เอาเรื่องทุกข์ก่อน อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นไงครับ โรคแห้วยังตามมารังควานผมอีกหลังจากหายไปได้เกือบห้าปี ตอนนั้นแฟนเก่าของผมเขาไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย อย่างว่าล่ะครับ ความรักทางไกลมันไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าไหร่ ผมก็เลยต้องไปตลาดเอเชียหาซื้อแห้วกระป๋องกินแทน จริงๆแล้วผมก็ไม่ค่อยจะยอมรับเท่าไหร่ว่าทำไมผมถึงต้องแห้วคนเดียว เพื่อนผมอีกสองคน, น้องเอิร์ก กับคุณตู่ ยังไม่เห็นแห้วเลย ทั้งๆที่แฟนน้องเอิร์ก ก็ทำงานที่เกาหลี แฟนคุณตู่ก็อยู่ที่เมืองไทย แต่แล้วสัจจธรรมก็เกิดขึ้นกับความรักทางไกลจนได้ เริ่มจากน้องเอิร์กก่อน หลังจากที่ผมไปทัวร์เท็กซัสกับคุณแม่และคุณอาผมได้อาทิตย์นึง กลับมา น้องเอิร์กก็บอกว่า เขาเลิกกับแฟนแล้ว หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ คุณตู่ก็บอกว่าเขาเลิกกับแฟนเขาเหมือนกัน โรคนี้กลายเป็นโรคติดต่อไปแล้ว พวกผมก็เลยเรียกกันเองว่า สามคนแห้ว หญิงสอง ชายหนึ่ง แต่เหมือนกับว่ากฏทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ว่ามันเป็นจริง สสารไม่มีวันสูญหายไปจากโลก สิ่งหนึ่งหายไปก็ต้องมีอีกสิ่งหนึ่งเ้ข้ามาแทนที่ หลังจากที่สามคน แห้วไปแล้ว ความสมหวังก็เกิดขึ้นกับอีกคู่หนึ่ง...พี่เอ็ดดี้กับพี่เจี๊ยบ โดยกับแนะนำของผม (ว่าให้เป็นเพื่อนกันเฉยๆ) สามคนแห้วก็เลยต้องมองคู่นี้ด้วยความริษยาตาเป็นไฟ 

จะว่าไปแล้ว ตอนที่ผมอยู่แอลเอสมัยแรก ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องไม่ดีตลอดเวลาสามเดือน เรื่องดีๆก็มีเยอะครับ เพื่อนๆคนเกาหลีเห็นผมอกหัก ก็เลยชวนผมไปที่ชายหาดที่ซานตามอนิก้า แต่ยิ่งไปก็ยิ่งหดหู่ เพราะมันสวยเหลือเกินทั้งชายหาด และคนที่นั่น  การเีรียนของผมก็กลับดีขึ้น ได้เอ ทุกวิชา (อย่าว่าผมโม้เลย แค่โรงเรียนสอนภาษาเท่านั้นเองแหละ) ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยมา ไม่เคยจะได้เอกับเขาเลย 

ผมว่าผมข้ามเวลาไปเล่าเรื่องตรงกลางของเรื่องของดอนไปซะแล้ว บทเกริ่นนำก็เกือบจะกลายเป็นบทสรุป เรามาเข้าเรื่อง เรื่องของดอนเลยดีกว่า ช่วงเวลาอาจจะสลับกันไปบ้างระหว่าง วัยเด็ก วัยรุ่น วันผู้ใหญ่ (แต่ยังไม่มีวัยกลางคน และวัยบั้นปลาย) เพื่อนๆคนไหนที่แอบมาอ่านแล้วพบว่าผมพูดถึงเจ้าตัวแบบผิดๆ ก็ติดต่อผมมาได้ตลอดเวลานะครับ จะแก้เรื่องให้ในตอนต่อไป

 

บทต่อไป


 


หน้าแรก || เรื่องยาวทั่วไปหลายตอนจบ || นิยายวิทยาศาสตร์ || บทความพิเศษ || เรื่องเขาเล่ามา

Copyright © 2001 by Kritapak Boonteekul. All rights reserved. No part of the contents of this website may be reproduced or transmitted in any form or by any means without the written permission of the owner.